โรคราดำในทุเรียน (Sooty mold)

โรคราดำในทุเรียน สาเหตุเกิดจาก​เชื้อราหลายชนิด เช่น Cladosporium, Aureobasidium, Antennariella, Limacinula, Scorias, Capnodium, Tripospermum sp. และ Polychaeton sp. โดยเชื้อรา 2 ชนิดหลัง คือ Tripospermum sp. และ Polychaeton sp. ในเอกสารวิชาการ​องค์​ความรู้​เรื่อง "โรคทุเรียน" ของกรมวิชาการเกษตร ระบุเป็นเชื้อสาเหตุก่อโรคราดำในทุเรียน

ความสำคัญของโรค

โรคราดำ เป็น​โรคที่พบได้ทั่วไปในสวนทุเรียน โดยเฉพาะ​ใน​ช่วงฤดู​ฝนในต้นทุเรียนที่มีทรงพุ่ม​แน่นทึบ​ ความชื้นในทรงพุ่ม​สูงหรือสวนทุเรียนที่มีการระบาดของเพลี้ยบางชนิด ซึ่ง​สามารถ​พบโรคราดำได้แทบทุกส่วนของพืช เช่น ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ ช่อดอก และผล เชื้อราสาเหตุโรคไม่ทำความเสียหาย​ให้แก่ทุเรียนโดยตรง แต่จะลดการสร้างอาหารของใบจากกระบวนการสังเคราะห์​ด้วยแสงในใบที่มีราดำปกคลุม​ หรือหากพบราดำที่ผลจะทำให้ผลสกปรกไม่น่ารับประทาน​และจำหน่ายผลทุเรียน​ไม่ได้ราคา

ปัจจัยก่อให้เกิดโรคราดำ

แม้สาเหตุ​การเกิดโรคราดำ จะเกิดจากเชื้อราตามที่กล่าว​มา​แต่ต้องเข้าใจว่า เหตุหรือปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคราดำหลักๆ มีหลายประการ 

  1. ความชื้นภายในทรงพุ่มและความแน่นทึบของต้นทุเรียน
  2. การพ่นอาหารเสริมพวกน้ำตาลทางด่วนบ่อยครั้งเกินความจำเป็น​ การตกค้างของน้ำตาลทางด่วนบนส่วนต่างๆ ของพืช จะเป็นแหล่งอาหารสำหรับการเจริญของเชื้อราเป็นอย่างดี
  3. การใช้กากน้ำ​ตาลในปริมาณ​มากและบ่อยครั้ง การใช้กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายในปริมาณมากๆ เพื่อใช้เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์​เชื้อดีบางชนิดพ่นทางใบ กากน้ำตาลและน้ำตาลทรายที่ตกค้างบนใบและส่วนอื่นของพืชจะเป็นแหล่งอาหารของเชื้อราดำ
  4. เพลี้ยชนิดต่างๆ เช่น เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยเหล่านี้เมื่อดูดกินน้ำเลี้ยงภายในเนื้อเยื่อพืชและจะขับถ่ายมูลเหนียวที่มีรสหวาน หอม คล้ายน้ำผึ้ง จึงมีชื่อเรียกมูลดังกล่าว ​ว่า “Honeydew” เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของเชื้อราและมักพบราดำปรากฏ​ร่วมด้วยเสมอ

โดยปัจจัยจากการพ่นน้ำตาลทางด่วนและเพลี้ยก่อให้เกิดโรคราดำบ่อยครั้งมากที่สุด

การแพร่ระบาดและการก่อโรค

โดยทั่วไปสปอร์​ของเชื้อราสาเหตุโรคจะฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ (Air-borne fungi) เมื่อลมพัดพาสปอร์ไปตกบริเวณ​ที่มีอาหารสำหรับการเจริญเติบโต​ของเชื้อราๆ จะสร้างเส้นใยไมซีเลียมและเจริญ​อยู่​บนผิวใบ ลำต้น กิ่ง ช่อดอกหรือบนผลของทุเรียน โดยเส้นใยจะไม่เจาะแทรกเข้าสู่เนื้อเยื่อ​พืช​ เส้นใยที่เจริญ​จะเป็นเส้นใยสีดำแพร่ขยายออกด้านข้างทำให้มีลักษณะ​เป็นคราบเขม่าหรือผงฝุ่นสีดำขึ้นปกคลุมและมีการสร้างสปอร์​สืบพันธุ์​จำนวนมาก

หากความชื้นสัมพันธ์​ในอากาศ​แห้งคราบราดำนี้ อาจจะแห้งตกสะเก็ด​เป็นแผ่นและอาจหลุดออกจากฝนชะล้างในช่วงฤดูฝน แต่เชื้อราดำค่อนข้างยึดเกาะกับผิวพืชแน่นการชะล้างอาจทำให้คราบราดำหลุดออกเพียงบางส่วน​

การเกิดราดำในระยะก่อนดอกบาน หากระบาดรุนแรงจะทำให้การติดผลลดลง

การป้องกันกำจัด

  1. ตัดแต่งกิ่งและจัดทรงพุ่มในแปลงทุเรียน เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นการลดความชื้นสัมพันธ์​ภายในทรงพุ่ม
  2. ไม่ควรพ่นน้ำตาลทางด่วนบ่อยครั้งเกินไป หากมีความจำเป็นต้องพ่นน้ำตาลทางด่วน ไม่ควรพ่นต่อเนื่องเกิน 2-3 ครั้ง และงดเว้นการพ่นน้ำตาลทางด่วนไปสักระยะ หรือราวๆ 30-45 วัน
  3. การพ่นเชื้อจุลินทรีย์​เชื้อดีเพื่อป้องกันกำจัดโรคและแมลง หากมีการใช้กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์​ ควรศึกษาอัตราการใช้​กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายอย่างละเอียด​และมีความระมัดระวัง​ในการใช้
  4. หมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบการระบาดของเพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง ควรกำจัดด้วย เอเจนต้า (โพรฟีโนฟอส 50% EC /สารกำจัดแมลง กลุ่ม 1B) อัตรา 30 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เมอร์เล็ท (ไตรอะโซฟอส 40% EC /สารกำจัดแมลง กลุ่ม 1B) อัตรา 30 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ พีไซด์ (ไดคลอวอส 50% EC /สา​รกำจัดแมลง​ กลุ่ม​ 1B)​ อัตรา 30-40 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยผสมร่วมกับ แอ็กบู (บูโพรเฟซีน​ 40% SC /สา​รกำจัดแมลง​ กลุ่ม 16) อัตรา 30-40​ มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น​ 2-3​ ครั้ง​ ทุก​ๆ​ 7-14 วัน​ หากพบการระบาดของเพลี้ยหอยหรือเพลี้ยแป้งรุนแรง ควรผสมไวท์ออยล์ หรือปิโตรเลี่ยม ออยล์ อัตรา 40-60 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร ร่วมด้วย

เนื่องจากเพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง​ มีมดเป็นพาหะนำไข่และตัวอ่อน (โดยเฉพาะตัวอ่อนระยะแรก : first instar crawler) ของเพลี้ยปีนป่าย​ขึ้นไปยังต่างๆ ของต้นทุเรียน โดยเฉพาะ​ช่วงดอกบานของทุเรียน ป้องกันมดปีนขึ้นต้นก่อนระยะดอกบานหรือระยะอื่นๆ โดยหว่าน จีโกร (ฟิโพนิล 5% GR /สา​รกำจัดแมลง​ กลุ่ม​ 2B) หว่านรอบโคนต้น

หรือใช้ผ้าชุบสารกำจัดแมลงพันรอบโคนต้น โดยผสม แอ็กบาริล (คาร์บาริล 85% WP /สา​รกำจัดแมลง​ กลุ่ม 1A) อัตรา 30-50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟีโนบูคาร์บ (ฟีโนบูคาร์บ 50% EC /สา​รกำจัดแมลง​ กลุ่ม​ 1A) อัตรา 30-40 มล. ต่อน้ำ​ 20​ ลิตร​ ร่วมกับ คอมโปเนนท์-บี (สารเสริมประสิทธิภาพ)​ อัตรา 10-30 มล. ต่อน้ำ​ 20​ ลิตร​

หากพบการระบาดของเพลี้ยจักจั่น พ่นด้วย แอ็กบู อัตรา 30-40​ มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร ร่วมกับ โกรไมท์ (อิมิดาโคลพริด 35% SC /สา​รกำจัดแมลง​ กลุ่ม 4A) หรือ แอ็กมิดา70​ หรือ แอ็กมีแซม หรือ แอ็กมิพริด (อิมิดาโคลพริด 70% WG, ไทอะมีทอกแซม 25% WG หรือ อะซีทามิพริด 20% SP ตามลำดับ /สา​รกำจัดแมลง​ กลุ่ม​ 4A) อัตรา​ 10-15​ กรัม​ ต่อน้ำ​ 20​ ลิตร หรือ ไฟว์โกร​ (ฟิโพรนิล 5% SC /สาร​กำจัด​แมลง​ กลุ่ม​ 2B) อัตรา 30-40​ มล. ต่อน้ำ​ 20​ ลิตร​ หรือ​ ฟีโนบูคาร์บ (ฟีโนบูคาร์บ 50% EC /สา​รกำจัดแมลง​ กลุ่ม​ 1A) อัตรา 30-40 มล. ต่อน้ำ​ 20​ ลิตร​ พ่นทุก​ๆ​ 7-10​ วัน

  1. หากพบการแพร่ระบาดของโรคราดำ พ่นด้วย แอ็กวิล (เฮกซะโคนาโซล 5% SC /สารป้องกัน​กำจัด​โรค​พืช​ กลุ่ม​ 3) อัตรา 30 มล. ต่อ น้ำ 20 ลิตร หรือ การัน หรือ แอ็กไลน์​ (อะซอ​กซี​สโตร​บิน​ 25% SC หรือ ไพราโคสโตร​บิน​ 25% EC ตามลำดับ​ /สารป้องกัน​กำจัด​โรค​พืช​ กลุ่ม​ 11) อัตรา 10-15 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สโตรดี้​ (อะ​ซอก​ซีสโตรบิน 20%+ไดฟิ​โน​โคนาโซล 12.5% SC /สารป้องกัน​กำจัด​โรค​พืช​ กลุ่ม​ 11+3) อัตรา 10-15​ มล. ต่อน้ำ​ 20​ ลิตร​ ควรผสมร่วมกับสารป้องกัน​กำจัด​โรค​พืช​ ที่มีฤทธิ์​สัมผัสด้วย เช่น โบแทรน 75 (ไดคลอเรน 75% WP /สารป้องกัน​กำจัด​โรค​พืช​ กลุ่ม​ 14) อัตรา​ 10-15​ กรัม​ ต่อน้ำ​ 20​ ลิตร​ หรือ มาเฟอร์ หรือ เดซี่ (แมนโคแซบ​ 80% WP หรือ โพรพิแนบ 70% WP ตาม​ลำดับ /สารป้องกัน​กำจัด​โรค​พืช​ กลุ่ม​ M3) อัตรา 50-60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุกๆ 7-10​ วัน

จำนวนผู้เข้าชม : 1073722 ครั้ง

แผนผังเว็บไซต์