หนอนกอข้าว เป็นแมลงศัตรูข้าวที่พบได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทย หนอนกอข้าวสร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวได้ทุกฤดูการเพาะปลูก แต่พบการแพร่ระบาดและรุนแรงมากในฤดูนาปรังมากกว่านาปี คือ ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม และเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคมของปี ตัวเต็มวัย (ระยะแพร่พันธุ์) ของหนอนกอข้าว เป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก โดยจะเริ่มพบการเข้าวางไข่ของตัวเต็มวัยของผีเสื้อหนอนกอ ในระยะข้าวเริ่มแตกกอ จนถึงระยะข้าวตั้งท้อง (ราว ๆ ข้าว อายุ 25-60 วัน) ซึ่งใน 1 รอบฤดูการเพาะปลูก อาจพบการระบาดของหนอนกอ ได้ 2-3 รุ่น ต่อฤดูการเพาะปลูก ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการเพาะปลูก

หนอนกอข้าว (Stem borer)

ในประเทศไทย มีรายงานการสำรวจพบหนอนกอข้าวที่ระบาด จำนวน 4 ชนิด คือ

  1. หนอนกอสีครีม (Yellow stem borer) ชื่อวิทยาศาสตร์: Scirpophaga incertulas (Walker) อยู่ในวงศ์: Pyralidae อันดับ: Lepidoptera
  2. หนอนกอแถบลาย (Striped stem borer) ชื่อวิทยาศาสตร์: Chilo suppressalis (Walker) อยู่ในวงศ์: Pyralidae อันดับ: Lepidoptera
  3. หนอนกอแถบลายสีม่วง (Dark-headed stem borer) ชื่อวิทยาศาสตร์: Chilo polychrysus (Meyrick) อยู่ในวงศ์: Pyralidae อันดับ: Lepidoptera
  4. หนอนกอสีชมพู (pink stem borer) ชื่อวิทยาศาสตร์: Sesamia inferens (Walker) อยู่ในวงศ์: Noctuidae อันดับ: Lepidoptera

ลักษณะการเข้าทำลาย

          หนอนกอข้าว ทั้ง 4 ชนิด เข้าทําลายข้าวในลักษณะเดียวกัน โดยหลังจากตัวเต็มวัยผีเสื้อหนอนกอ วางไข่แล้ว ประมาณ 4-10 วัน (ขึ้นอยู่กับชนิดของหนอนกอ) ตัวหนอนจะฟักจากไข่และเจาะเข้าทําลายกาบใบข้าวก่อน ทำให้กาบใบมีสีเหลืองหรือน้ำตาล ซึ่งจะเห็นเป็นอาการช้ำ ๆ เมื่อฉีกกาบใบดูจะพบตัวหนอน เมื่อหนอนโตขึ้นจะเข้ากัดกินส่วนของลำต้น ทำให้เกิดอาการใบเหี่ยวในระยะแรก ใบและยอดที่ถูกทำลายจะเหลืองในระยะต่อมา ซึ่งการทำลายในระยะข้าวแตกกอนี้ทำให้เกิดอาการ “ยอดเหี่ยว” (deadheart) ถ้าหนอนเข้าทำลายในระยะข้าวตั้งท้องหรือหลังจากข้าวออกรวง จะทำให้เมล็ดข้าวลีบทั้งรวง และรวงข้าวมีสีขาว เรียกอาการนี้ ว่า “ข้าวหัวหงอก” (whitehead) โดยเริ่มพบการเข้าทําลายหลังจากหว่านข้าวแล้วประมาณ 1 เดือน เป็นต้นไป